Skip navigation.
Home

การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร( Voluntourism) ในประเทศไทย

การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร( Voluntourism) ในประเทศไทย

     กิจกรรม Volunteer ในประเทศไทยเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว มาจากการที่องค์กรพัฒนาเอกชนรับชาวต่างประเทศเข้ามาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้กับท้องถิ่น เมื่อเสร็จการกิจอาสาสมัครต่างประเทศก็จะเดินทางท่องเที่ยวเอง จึงเป็นลักษณะ Volunteer + self – travel ไม่เป็นลักษณะ Volunteer + package tour คำว่า Voluntourism ได้รับการเผยแพร่และความสนใจมากขึ้น หลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิโดยในเดือนมกราคม 2548 ได้มีการจัดตั้งศูนย์อาสาสมัคร “The Tsunami Volunteer Center” ขึ้นในเขาหลัก จ.พังงา ซึ่งมีอาสาสมัครจากนานาชาติจาก 51 ประเทศ ทั่วโลก จำนวน 3,500 คน อายุระหว่าง 19 - 67 ปี เข้ามาเพื่อสร้างบ้าน สอนภาษาอังกฤษ ต่อเรือ ในขณะที่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้มีการจัดตั้ง The Phi Phi Dive Camp มี อาสาสมัครนานาชาติ จำนวน 4,000 คน เข้ามาเพี่อขนขยะและสิ่งปรักหักพังออกจากเกาะพีพี จำนวน 290 ตัน

      การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร( Voluntourism) จะมีลักษณะผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวในรูปแบบความสนใจพิเศษกับการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้ไปเยี่ยมเยือน การท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ อาทิ เชิงนิเวศ วัฒนธรรม การศึกษาด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เกษตร การสร้างการทำงานเป็นทีม (Ecotourism / Educational Tourism / Culture / Geography / History / Agrotourism / Team Building) กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ (Voluntary activities) อาทิ การ ปลูกป่า การสอนภาษาอังกฤษ การสร้างโรงเรียน การสร้างฝายแม้ว การทำเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น

                           

        การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัครไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย   เพราะมันกำลังกลายเป็นเรื่องร้อน ๆ ที่กำลังนิยมแผ่ขยายไปในวงกว้างในสังคมขึ้น  เรื่อยๆ ซึ่งการขยายตัวของการท่องเที่ยวในลักษณะนี้นั้นเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษา   หรือ คนทำงาน ที่เอาวันหยุดยาว ๆ ในการปิดเทอมหรือลาพักร้อนของตนเอง ไปให้  ประโยชน์เพื่อความสุขของตนเองในขณะเดียวกันก็ได้มอบความสุขนี้ให้กับคนอื่นในเวลา  เดียวกันด้วย

      

  

 

         การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัครนั้นมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก มันเริ่มเติบโตไปพร้อมๆ กับวิกฤตใหญ่ๆ ไม่นานมานี้ ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ 911 ที่ตึก World Trade Center, เหตุการ์ซึนามิใครใหญ่ในแถบเอเชียและแอฟริกา, เหตุการณ์พายุแคททารีน่าถล่มรัฐหลุยเซียน่า หรือแม้แต่วิกฤตการณ์โลกร้อนที่ก่อผลกระทบรุนแรงขึ้นทุกวันต่อมนุษย์ในทุกพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้กระตุกมนุษย์ให้ตื่นขึ้นมาสนใจและใส่ใจซึ่งกันและกัน รวมถึงใส่ใจโลกใบนี้ที่เรายืนอยู่กันให้มากขึ้นอีกด้วย

        

          สิ่งหนึ่งที่สนับสนุนและสอดคล้องการเติบโตนี้ก็คือการวางตำแหน่ง (Positioning)” ของตัวมันเองไว้ในจุดที่เชื่อมตรงกลางระหว่างความเสียสละแบบสุดโต่งที่ทำเพื่อสังคมแบบทุ่มเทเต็มร้อยไปเลย กับความสุขส่วนตัวที่อาจมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำเพื่อให้คนอื่นมีความสุขด้วย ซึ่ง Voluntourism เป็นคำตอบและจุดขายที่วางตำแหน่งไว้ยอดเยี่ยมตรงกับความต้องการที่ขาดการตอบสนองอย่างลงตัวพอดี ทำให้คนที่อยากทั้งหาความสุขใส่ตัว และอยากช่วยเหลือผู้อื่นในคราวเดียวกัน (แบบไม่กระทบวิถีชีวิตตน) เลือกที่จะมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กับกิจกรรมในลักษณะนี้มากขึ้นอีกด้วย